siwon siwon

posted on 20 Jan 2010 01:35 by mini2mintt
ก็เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้ว ว่าฐานะทางบ้านของซีวอนนั้นเป็นเช่นไร ดังนั้นถ้าหากจะเรียกซีวอนว่า คุณชาย ก็คงจะเรียกได้กันอย่างเต็มปากเต็มคำ เนื่องจากธุรกิจในครอบครัวของซีวอนนั้นค่อนข้างใหญ่ โดยมีธุรกิจหลักของทางบ้านเป็นห้าง Hyundai ซึ่งถ้าหากจัดอันดับความรวยแล้วล่ะก็ ถือว่าได้เป็นอันดับที่ 2 ของเกาหลี รองมาจาก Samsung เลยทีเดียว 
        ซีวอนเป็นลูกชายคนเดียวของตระกูลชอย เวลาส่วนมากของซีวอนตั้งแต่เด็กจนโต มักจะอยู่กับคุณแม่และน้องสาวเป็นส่วนมาก คุณแม่ของซีวอนนั้นสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่นัก ซีวอนจึงเปรียบได้ว่าเป็นหัวหน้าครอบครัวอีกคนหนึ่งแทนผู้เป็นแม่ เนื่องจากคุณพ่อนั้นก็ต้องมีภาระดูแลธุรกิจอยู่ เรื่องราวในบ้านส่วนใหญ่จึงมักจะหนีไม่พ้นมือของซีวอนคนนี้ จึงไม่แปลก ที่ทุกครั้งที่กลับจากต่างประเทศ ซีวอนจะต้องรีบมุ่งหน้ากลับไปบ้านในทันที 
        ซีวอนเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างเข้มงวด คุณพ่อของซีวอนวาดหวังเอาไว้ ว่าต่อไปลูกชายคนเดียวคนนี้จะต้องรับช่วงต่อกิจการของครอบครัว แน่นอนว่าข้อนี้ ซีวอนเองก็รู้ดีมาตั้งแต่เด็กๆ ว่าคงหนีชะตากรรมข้อนี้ไม่พ้นอย่างแน่นอน ซีวอนถูกส่งไปเรียนในโรงเรียนที่ค่อนข้างมีระเบียบตั้งแต่ยังเล็ก นิสัยของซีวอนจึงถูกขัดเกลามาให้เป็นสุภาพบุรุษ สุภาพ และมีระเบียบ ซึ่งค่อนข้างต่างจากเพื่อนๆร่วมวง ที่เฮฮา สบายๆ อะไรก็ได้
        ด้วยการเลี้ยงดู ด้วยสภาพสังคม ทำให้ซีวอนค่อนข้างเป็นคนมีระเบียบ มีการวางแผนในเรื่องต่างๆอยู่เสมอ แต่แทนที่ซีวอนจะถือเนื้อถือตัว ตามแบบของลูกคนรวยทั่วไป ซีวอนกลับมีนิสัยที่ติดดินอย่างเหลือเชื่อเพราะชีวิตที่สุขสบายจนเกินไป ชีวิตของซีวอนถูกจำกัดไว้แค่เพียง บ้าน โรงเรียน ที่เรียนพิเศษ มันทำให้ซีวอนนึกอิจฉาเพื่อนๆ ที่สามารถใช้ชีวิตวัยรุ่นได้ตามต้องการ ซีวอนอยากมีชีวิตเหมือนคนอื่นๆ ชีวิตแบบคนทั่วๆไปบ้าง 
        ด้วยเหตุนี้เอง ซีวอนจึงได้แอบไปสมัครทำงานที่ปั๊มแห่งหนึ่ง ซึ่งแน่นอน หน้าที่ของเด็กปั๊มคือการให้บริการต่างๆแก่ลูกค้า ซีวอนมีความสุขมากที่ได้ใช้ชีวิตแบบนั้น แต่ก็ทำได้แค่เพียง 4 วัน เพราะในวันที่สี่ ระหว่างที่ซีวอนทำงานอยู่นั้นเอง ปากเจ้ากรรมก็ดันไปขอให้ลูกค้าลดกระจกลง และสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อบุคคลที่นั่งในรถนั้นคือ คุณพ่อผู้เข้มงวด ของซีวอนเอง ซีวอนจึงต้องลาออกจากงานในวันนั้น และถูกกักบริเวณในวันต่อมา รวมถึงถูกสอดส่องพฤติกรรมแทบจะทุกฝีก้าว
        แต่แม้ว่าทางบ้านจะเข้มงวดเพียงใด ก็ยังเปิดโอกาสให้ซีวอนได้ทำอะไรในสิ่งที่ต้องการตามที่คุณพ่อและคุณแม่เห็นว่าสมควร ซีวอนเริ่มหัดเรียนตีกลอง เล่นเปียโน และกีตาร์ตั้งแต่เด็กๆ และก็ยังหัดว่ายน้ำ เรียนเทควันโดมาพร้อมๆกัน ความสามารถในด้านกีฬาของซีวอนค่อนข้างอยู่ในระดับสูง จนสอบเทควันโดได้ในระดับสายดำ ดั้งที่ 5 นอกจากนั้นซีวอนก็ยังเคยแข่งขันระดับประเทศ และได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งมาแล้ว แน่นอนว่า ความสามารถด้านเทควันโดของซีวอนนั้นมากพอที่จะเป็นครูสอนเทควันโดเลยทีเดียว และนอกเหนือจากนี้ ซีวอนยังเล่นบาสเกตบอลเก่งมากๆ ถึงขนาดเคยเป็นนักกีฬาของโรงเรียนมาแล้วด้วย
        อนาคตของซีวอนถูกวางไว้ตั้งแต่ต้น ซีวอนมีโครงการจะไปเรียนต่อต่างประเทศ หลังจากที่เข้าเรียนในชั้นมัธยมปลายแล้ว ดังนั้น ซีวอนจึงต้องเตรียมความพร้อมเพื่อจะต้องไปใช้ชีวิตในต่างประเทศเอาไว้ แต่ในวันเปิดภาคเรียน วันแรกที่ซีวอนเป็นนักเรียนไฮสคูลนั่นเอง ระหว่างที่เดินออกจากโรงเรียนเพื่อไปทานกัมจากับเพื่อนๆ ก็ได้มีแมวมองเดินเข้ามาติดต่อ พร้อมกับให้นามบัตรไว้ 
        ก่อนหน้านั้น มันเคยเป็นเพียงความคิดเล่นๆ ที่เคยเกิดขึ้นในหัว ว่า "ถ้าเขาเป็นดารา มันจะเป็นยังไงนะ" แต่มันก็ได้หายออกไปจากความคิดของซีวอนนานแล้ว ... และก็เริ่มกลับเข้ามาอีกครั้งเมื่อได้รับนามบัตร ซีวอนติดต่อไปยังผู้ที่ให้นามบัตรแก่ซีวอนมา และเริ่มที่จะจริงจังกับการเป็นดาราขึ้นมาแล้ว 
        ซีวอนได้รู้ถึงกำหนดการที่จะต้องเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศเป็นอย่างดี ซีวอนรู้ว่าคุณพ่อของซีวอนเตรียมทุกอย่างไว้ให้แล้ว ทั้งตั๋วเครื่องบิน ที่อยู่ และอะไรต่อมิอะไร เหลือเพียงแค่กำหนดวันออกเดินทางเพียงเท่านั้น 
        “แคนาดา 4 ปี ... ตามด้วยญี่ปุ่นอีก 4 ปี... เมื่อคิดถึงเรื่องนี้แล้วท้องไส้ของซีวอนก็ปั่นป่วนอย่างบอกไม่ถูก” 
      แต่เหมือนกับโชคเข้าข้าง เมื่อช่วงนั้นมีการเข้มงวดเรื่องวีซ่ามากขึ้น และก่อนเรียนจบชั้นมัธยมปลาย ก็ยังจำเป็นที่จะต้องกลับมาที่เกาหลีอีกครั้งเพื่อเรียนต่อให้จบชั้นมัธยมปลายของที่เกาหลีด้วย (ไม่อย่างนั้นจะกลับมาเรียนต่อในมหาลัยของเกาหลีไม่ได้) เพราะเหตุนี้ การเรียนต่อต่างประเทศของซีวอนจึงได้ถูกยืดเวลาออกไป
        และครั้งนี้ ซีวอนได้เดินเข้าไปเพื่อขอร้องคุณพ่อของซีวอนอีกครั้ง แน่นอนว่ายังได้รับคำตอบยืนยันเช่นเดิมว่า "ไม่อนุญาต" แต่เพราะความตั้งใจจริงของซีวอน และซีวอนได้ให้คำสัญญากับคุณพ่อเอาไว้ว่า “จะทำตามที่พ่อต้องการอย่างแน่นอน แต่ว่าซีวอนขอเลือกเส้นทางนี้ด้วยตัวเองสักครั้ง ... อย่างน้อยก็ขอให้ได้ลองกับมันดูสักตั้ง” คุณพ่อของซีวอนจึงยอมใจอ่อนให้ แต่มีข้อแม้ว่า สิ่งที่ซีวอนเลือกนั้นคือความรับผิดชอบของซีวอนเองทั้งหมด จะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับทางบ้าน และ ซีวอนจะต้องดูแลความประพฤติตัวเองให้ดี ไม่เช่นนั้น จะต้องออกจากวงการบันเทิง และเดินทางไปเรียนต่อตามสัญญาทันที 
        เป็นเวลานับแรมปี ที่ซีวอนพยายามขอร้องทั้งคุณพ่อและคุณแม่ และในที่สุดก็ได้รับอนุญาตมาด้วยความยากลำบาก และได้ออดิชั่นผ่านเข้ามาเป็นศิลปินฝึกหัดจนได้....
        แต่ซีวอนต่างจากสมาชิกในวงคนอื่นๆตรงที่ ส่วนมากต่างพยายามเพื่อความฝัน ความกลัวของพวกเขามีแค่ "กลัวจะไม่ได้เดบิวต์" แต่สำหรับซีวอนแล้ว ซีวอนกลัวทั้งเรื่องการไปเรียนต่อต่างประเทศ ทั้งเรื่องที่คุณพ่อนั้นไม่ได้อนุญาตด้วยความเต็มใจ ทั้งเรื่องการใช้ชีวิตในวงการบันเทิง และไหนจะกลัวเรื่องไม่ได้เดบิวต์อีก นั่นคือภาระอันยิ่งใหญ่ของซีวอน
          เพราะซีวอนต้องการที่จะพิสูจน์ให้คุณพ่อของซีวอนได้เห็นว่า ซีวอนเลือกเส้นทางที่ถูกแล้ว และซีวอนก็ทำได้อย่างที่ซีวอนเคยบอกเอาไว้จริงๆ ... ซีวอนต้องการให้คุณพ่อยอมรับ และปล่อยให้ซีวอนเลือกทางเดินเองเสียที
          หนึ่งปีต่อมา หลังจากที่ได้เข้ามาในฐานะศิลปินฝึกหัด ซีวอนถูกส่งไปยังประเทศจีนเพียงลำพัง ทั้งๆที่ซีวอนไม่รู้อักษรจีนแม้สักตัวเดียว กว่าซีวอนจะคุ้นเคยกับภาษาและแยกแยะคำได้ก็กินเวลาเป็นกว่าหนึ่งเดือน ซีวอนพยายามเรียนรู้ภาษาจีนอย่างสุดกำลังที่มี เพื่อต้องการอยู่รอดในจีนให้ได้ คุณพ่อของซีวอนสอนเอาไว้เสมอว่า “การทำอะไรต้องทำให้เต็มที่ ทำให้มั่นใจว่าทำได้ แต่ถ้าหากทำไม่ได้ เราก็ได้รู้ ว่าเราทำมันเต็มที่แล้ว” 

ซีวอนใช้ชีวิตอยู่ที่จีนกว่า 6 เดือน จึงได้กลับมายังโซลอีกครั้ง

    และเมื่อกลับมา หลากคำพูดจากคนรู้จักของคุณพ่อ ที่ต่างก็ทำงานเป็นผู้บริหารระดับสูง ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ซีวอนควรตะล้มเลิกความคิดที่จะเป็นดาราที่ไร้สาระ แล้วหันมาสานต่อธุรกิจครอบครัวจะดีกว่า” ... คำพูดเหล่านั้นมันทำให้ซีวอนโกรธ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ มันก็ไม่ได้ทำให้ซีวอนล้มเลิกความตั้งใจที่มี มันกลับเป็นแรงกระตุ้นที่ทำให้ซีวอนพยายามมากขึ้นกว่าเก่าเป็นเท่าตัว
        หลังจากนั้นไม่นาน ซีวอนก็ได้เดบิวต์ในฐานะนักแสดง ด้วยละครเรื่องแรก 18-29 แม้จะไม่ใช่บทที่สำคัญอะไร แต่ซีวอนก็ประทับใจกับงานชิ้นนี้มาก ซีวอนเปิดดูสมุดบัญชีแล้วอมยิ้มให้กับตัวเองอยู่ทุกครั้ง ... มันคือเงินก้อนแรกที่ซีวอนหามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ไม่ใช่เงินที่แบมือขอจากทางบ้าน ... และเงินก้อนนั้น ซีวอนก็นำไปบริจาคให้กับโบสถ์ที่ซีวอนไปประจำ
        เมื่อข่าวเรื่องที่ซีวอนนำเงินก้อนแรกในชีวิตไปบริจาคให้กับโบสถ์รู้ถึงหูของคุณพ่อ มันทำให้ซีวอนแทบจะไม่อยากเชื่อหูตัวเอง เพราะมันเป็นวันที่คุณพ่อเอ่ยปากบอกว่า ...ภูมิใจในตัวของซีวอน และบอกให้ซีวอนรับผิดชอบในงานให้ดี พยายามให้มากขึ้นจากเดิม ... มันยากนัก ที่คุณพ่อของซีวอนจะเอ่ยปากชมใคร...
         เมื่อได้รับกำลังใจที่เปี่ยมล้นจากคุณพ่อแล้ว ซีวอนก็ได้ก้าวต่อด้วยความมั่นใจที่มากขึ้นจากเดิม ซีวอนไม่ต้องกังวลกับการเรียนต่อ ไม่ต้องกังวลเรื่องที่คุณพ่อคัดค้านอีกต่อไป แต่ลึกๆแล้ว ซีวอนก็ยังคงรู้ตัวดี ว่าอย่างไรก็ตาม ในอนาคต ซีวอนก็ต้องกลับไปรับช่วงต่อจากคุณพ่อและบริหารกิจการของครอบครัว ดังนั้นจึงจะเห็นได้ว่า ซีวอนพยายามที่จะควบคุมตัวเองไว้ ในเวลาที่เพื่อนๆ สมาชิกในวงนั้นต่างเล่นอะไรที่บ้าบอคอแตก ก็มักจะมีแค่ซีวอนเท่านั้นที่อยู่นิ่งๆ รักษามาดเจ้าชายอย่างเสมอต้นเสมอปลาย จนทำให้ฮยอกแจ(เพื่อนร่วมวง)นึกรำคาญแทน 
        แต่ไม่ใช่เพราะซีวอนไม่อยากจะเล่น หรือพยายามเก๊กให้ดูดี แต่เพราะความเป็นจริงแล้ว ซีวอนไม่สมควรที่จะไปเล่นอะไรแบบนั้นมากกว่า เพราะสายตาที่จับจ้องซีวอนอยู่ไม่ได้มีแค่แฟนคลับ หรือคนที่ชื่นชอบผลงานของซีวอนเท่านั้น แต่ยังมีคนรู้จักของคุณพ่อคุณแม่ รวมไปถึงอีกหลายๆคนที่ร่วมธุรกิจกับทางบ้านของซีวอนอยู่ แน่นอนว่าซีวอนต้องรักษาภาพพจน์ของตัวเองเอาไว้ เพราะเกรงใจคุณพ่อในส่วนหนึ่ง และในอีกส่วนก็คือ ซีวอนต้องพยายามทำตัวให้ดูน่าเชื่อถือ เพราะมันอาจจะส่งผลต่อการทำงานของซีวอนในภายภาคหน้าได้

  เมื่อซีวอนได้รู้ว่าซีวอนจะต้องเดินทางกลับไปยังประเทศจีนอีกครั้งหนึ่ง เพื่อร่วมถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Muk Gong ซีวอนก็เริ่มที่จะมาคลุกคลีอยู่กับฮันคยอง (พี่ชายคนสนิทในวง) มากขึ้น ทั้งนี้ก็เพราะต้องการฝึกภาษาจีนของซีวอนให้ดีขึ้น เพื่อที่จะได้สื่อสารกับคนในกองถ่ายได้เข้าใจ และด้วยความที่ซีวอนเป็นคนมีน้ำใจ จึงมักจะคอยช่วยเหลือทั้งฮันคยองและ คิบอมอยู่เสมอๆ เพราะซีวอนเข้าใจทั้งคู่ดี ที่ต้องจากบ้านมาอยู่ในต่างประเทศโดยปราศจากครอบครัว เพราะตัวของซีวอนเองนั้นก็เคยเผชิญชะตากรรมนี้มาก่อนหน้า ทำให้ซีวอนได้รู้ซึ้งถึงความรู้สึกนั้นเป็นอย่างดี ดังนั้น อะไรที่ซีวอนจะสามารถช่วยเพื่อนทั้งสองได้ ซีวอนก็จะไม่รีรอที่จะทำมันเลย
  กับเพื่อนๆในวง ซีวอนนั้นมีความจริงใจให้กับทุกๆคน แต่ติดตรงที่ว่า การอยู่ร่วมกันในหมู่มาก จึงเกิดการชิงดีชิงเด่นกันบ้าง แต่ก็มักจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ ที่ไร้สาระกันเสียมากกว่า เช่น การแย่งขนม งอนเวลาที่เพื่อนเล่นเกมแล้วไม่เรียก แข่งกันทำอะไรต่อมิอะไรที่ไม่ได้เกี่ยวกับงาน ซึ่งโดยส่วนมากมักจะเป็นการงอนกันในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง เนื่องด้วยซีวอนมักจะให้ความสำคัญกับเพื่อนๆ สนิทกับเพื่อนๆในวงทุกคน และซีวอนก็อยากที่จะเป็นคนสำคัญของเพื่อนๆเช่นกัน ดังนั้น เวลาที่มีใครมองข้าม หรือลืมซีวอนไป ซีวอนก็จะออกอาการงอนทันที และแน่นอนว่าคนที่มักจะโดนบ่อยๆก็คือ ฮีซอลและฮันคยอง (พี่ชายคนสนิทร่วมวง) เพราะแค่เพียงลืมโทรศัพท์หาซีวอนเพียงเท่านั้น ซีวอนก็จะงอนและเริ่มทำตัวงอแง (ซะงั้นน่ะ) 

say hi

posted on 23 Dec 2009 00:39 by mini2mintt
การทักทาย

ในตอนเช้า.. [ตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ ตี4ถึง11.59]


おはよう (โอ-ฮา-โย) :: สวัสดี

おはよう ございます。 (โอ-ฮา-โย โกะ-ซา-อิ-มาซ) :: สวัสดี [สุภาพกว่า]



ในตอนบ่าย.. [12.00-5โมงเย็น]

こんにちは (คน-นิ-จิ-วะ) :: สวัสดี[ในตอนเย็น]


ในตอนกลางคีน.. [หกโมงเป็นต้นไป]

こんばんは (คม-บัง-วะ) :: สวัสดี[ในตอนกลางคืน]


และก่อนนอน..

おやすみなさい (โอ-ยา-ซึ-มิ-นา-ไซ) :: ราตรีสวัสดิ์

การลา..

さようなら (ซะ-โย-นะ-ระ) :: ลาก่อน

またあした (มา-ตา-อา-ชิ-ตะ) :: (ไว้)เจอกันพรุ่งนี้
[あした=พรุ่งนี้]

またあまいしょう (มา-ตา-อา-มา-อิ-โช) :: (ไว้)เจอกันใหม่

รักๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

posted on 22 Dec 2009 16:59 by mini2mintt
제 사랑을 받아주세요.
เช ซา-รา-งึล พา-ดา-จุ-เซ-โย
รับรักฉันหน่อย

나는 당신을 영원히 사랑할것입니다.
นา-นึน ทัง-ชี-นึล ยอง-วอน-ฮี ซา-รัง-ฮัล-กอ-ชิม-นี-ดะ
ฉันจะรักคุณตลอดไป

생각할 시간을 주세요.
เซง-กัก-คัล ชี-กา-นึล จุ-เซ-โย
ขอคิดดูก่อน

우리의 만남은 우연이 아닙니다.
อู-รี-เอ มัน-นา-มึน อู-ยอ-นี อา-นิม-นี-ดะ
การพบของเราไม่ใช่ความบังเอิญ

사랑에 빠지다.
ซา-รา-เง ปา-จี-ดะ
ตกหลุมรัก

첫 눈에 반한 사랑
ชอท นู-เน พัน-ฮัน ซา-รัง
รักแรกพบ

내안에 너 있어
เน-อา-เน นอ อิท-ซอ
คุณอยู่ในใจฉัน 

สีโปรด ของ เอสเจ

posted on 25 Oct 2007 14:14 by mini2mintt

min - ชมพู

kyu - เขียว ดำ

han - ดำ

heechul - แดง ส้ม ชมพู

bum - ฟ้า ดำ

hyuk - เบจ ฟ้า เขียวอ่อน

ryo - ม่วง

ye - แดง

dong - ดำ

won - เขียว

teuk - ขาว

 

edit @ 25 Oct 2007 14:19:48 by mini2mintt

edit @ 27 Oct 2007 11:24:20 by mini2mintt